ทริปทัวร์ไหว้พระพม่าที่ดีที่สุด ปี 2562


ทริปทัวร์ไหว้พระพม่าที่ดีที่สุด ปี 2562
ใกล้จะสิ้นปีแล้ว มีทริปท่องเที่ยวที่ถูกใจกันหรือยังคะ ทำงานเหนื่อยกันมาตลอดทั้งปี ก็ถึงเวลาที่จะต้องให้รางวัลตัวเองกันบ้าง สำหรับท่านใดที่ยังไม่รู้ว่าจะไปเที่ยวไหน ลองดูทริปไหว้พระพม่ากันดูดีมั๊ย เพราะนอกจากจะได้ไปพักผ่อนหย่อนใจแล้ว ยังได้ไปทำบุญ ไหว้พระ สักการะสิ่งศักดิ์สิทธิ์ โอกาสดีที่จะได้ขอพรอันเป็นมงคล ให้ชีวิตราบรื่นตลอดปี เอาล่ะเรามาดูกันเลยดีกว่าว่าควรปักหมุดไปไหว้พระขอความเฮงที่ไหนกันบ้าง

 

พระธาตุอินทร์แขวน หินสีทองลูกใหญ่ เป็นสิ่งศักดิ์สิทธิ์ที่น่าอัศจรรย์ ก็เพราะหินลูกนี้มีความประหลาด เป็นหินลูกใหญ่ที่สูงกว่า 5.5 เมตร ตั้งอยู่บนหน้าผาสูงชันบนยอดเขาพวงลวง ซึ่งถ้าพิจารณาตามหลักโน้มถ่วงและแรงดึงดูดของโลก น่าจะตกลงมาแล้วไม่น่าจะตั้งอยู่ได้ แต่เท่าทุกวันนี้ก็ยังตั้งตระหง่านเป็นที่น่าประหลาดใจ จึงกลายเป็นที่ที่หลายคนไปกราบไหว้บูชา พระธาตุอินแขวน ตั้งอยู่ที่เมืองไจ้ก์โถ่ อ.สะเทิม เขตรัฐมอญ สำหรับใครที่จะไปเที่ยวพม่า น่าไปให้เห็นเป็นบุญตาสักครั้ง

Golden Rock Bago Burma

Golden Rock Bago Myanmar

 

พระมหาธาตุเจดีย์ชเวมอว์ดอ หรือพระธาตุมุเตา เมืองหงสาวดี เมื่อพูดถึงวัดพม่านักท่องเที่ยวจะนึกถึงเจดีย์ชเวมอดอเป็นอันดับต้น ๆ เพราะเป็น 1 ใน 5 เจดีย์ที่มีชื่อเสียงที่สุดในพม่า เป็นวัดที่มีสถาปัตยกรรมที่โดดเด่นซึ่งถือว่ามีความสวยงามอย่างมากนักท่องเที่ยวที่มาไหว้พระที่วัดนี้จะนิยมนำไม้ไปค้ำยอดเจดีย์ที่หักหล่นลงมา เพราะถึงแม้จะถูกแผ่นดินไหวถึง 4 ครั้ง แต่ด้วยความศรัทธาชาวบ้านจึงได้บูรณะและเก็บรักษาเอาไว้ตราบเท่าทุกวันนี้

 

พระมหาธาตุเจดีย์ชเวสิกอง ประดิษฐานอยู่ที่เมืองพุกาม เป็นที่สำหรับบรรจุพระทันตธาตุของพระพุทธเจ้า มีอายุกว่า 900 ปี ที่เจดีย์ชเวสิกองนี้วัดในพม่ามีความอัศจรรย์ 9 ประการ แต่จะขอยกตัวอย่างมาให้ฟังบางส่วน เช่น
“กระดาษห่อแผ่นทองคำเปลวที่นำไปปิดส่วนยอดพระเจดีย์ จะไม่มีทางปลิวพ้นฐานสี่เหลี่ยมของพระเจดีย์” 
“ในส่วนของเงาพระเจดีย์จะไม่ล้ำออกนอกฐานสี่เหลี่ยมของพระเจดีย์ (ถ้าเงาล้ำออกไป ถือว่าเป็นลางร้าย)”
“เมื่อตีกลองใบใหญ่จากด้านหนึ่งของพระเจดีย์ จะไม่สามารถได้ยินเสียงกลองจากด้านตรงข้าม”
ซึ่งว่าไปแล้วก็มีความอัศจรรย์สมชื่อ ด้วยเหตุนี้จึงเป็นวัดพม่าที่ไม่เคยขาดนักท่องเที่ยวเลย

 

ชเวดากอง
ตามตำนาน เจดีย์ชเวดากองนั้นสร้างเมื่อ 2,500 ปีที่แล้ว แต่นักประวัติศาสตร์และนักโบราณคดีเชื่อกันว่าสร้างระหว่างคริสต์ศตวรรษที่ 6-10 โดยชาวมอญตามตำนานนั้นกล่าวว่ามีพี่น้องพ่อค้า 2 คนคือ ตปุสสะและภัลลิกะ จากตอนเหนือของเนินเขาเชียงกุตระ ได้ไปเข้าเฝ้าพระพุทธเจ้า พระองค์จึงประทานพระเกศาให้พ่อค้าทั้งสองมา 8 เส้น พ่อค้าทั้งสองกลับมายังพม่าและได้ความช่วยเหลือจากผู้ปกครองท้องถิ่น พระราชาโอกะละปา ในการประดิษฐานพระเกศาธาตุบริเวณเนินเขาเชียงกุตระ

 

ชเวดากอง

 

ชเวดากอง

 

 

พระมหามัยมุนี หรือ มหาเมียะมุนี (พม่า: မဟာမြတ်မုနိ ရုပ်ရှင်တော်မြတ်ကြီး) เป็นพระพุทธรูปคู่บ้านคู่เมืองของประเทศพม่า และเป็นหนึ่งในห้าศาสนวัตถุที่ศักดิ์สิทธิ์ของพม่า คำว่า มหามัยมุนี แปลว่า “ผู้รู้อันประเสริฐ” (The Great Sage) เป็นพระพุทธรูปทรงเครื่องกษัตริย์ ปัจจุบันประดิษฐานอยู่ที่เมืองมัณฑะเลย์ อดีตราชธานีของพม่าในยุคราชวงศ์คองบอง เดิมทีเป็นพระพุทธรูปคู่บ้านคู่เมืองของยะไข่ มีตำนานเล่าว่าสร้างขึ้นตั้งแต่สมัยพุทธกาลโดยกษัตริย์แห่งเมืองยะไข่ องค์พระทำจากทองสัมฤทธิ์หนัก 6.5 ตัน มีการสร้างบนฐานสูง 1.84 เมตร (6.0 ฟุต) รวมองค์พระมีความสูงทั้งหมดกว่า 3.82 เมตร (12.5 ฟุต) ไหล่กว้าง 1.84 เมตร (6.0 ฟุต) และรอบเอวกว้าง 2.9 เมตร (9.5 ฟุต)

ก่อนสร้างกษัตริย์ผู้สร้างทรงพระสุบินว่า พระพุทธเจ้า เสด็จมาประทานพรให้พระพุทธปฏิมาองค์นี้เป็นตัวแทนของพระองค์ เพื่อเป็นเครื่องสืบพระพุทธศาสนาไปในภายภาคหน้า โดยในอดีตแม้เมืองยะไข่จะถูกโจมตีโดยกษัตริย์เมืองอื่นที่ทรงแสนยานุภาพอย่างไร ก็ไม่อาจที่จะเคลื่อนย้ายองค์พระมหามัยมุนีนี้ออกจากเมืองได้ ต้องมีเหตุให้ขัดข้องทุกครั้งไป จนกระทั่งถึงรัชสมัยพระเจ้าปดุง แห่งราชวงศ์คองบองสามารถตียะไข่ได้ และได้อัญเชิญพระมหามัยมุนีออกจากยะไข่ได้ในปี พ.ศ. 2327 โดยล่องมาตามแม่น้ำอิระวดีมายังเมืองมัณฑะเลย์ พระมหามัยมุนีจึงได้มาประดิษฐานอยู่ที่เมืองมัณฑเลย์เป็นการถาวรนับแต่นั้นเป็นต้นมา

ด้วยความเชื่อว่าพระพุทธมหามัยมุนีนี้เป็นพระพุทธรูปที่มีชีวิต ด้วยเหตุที่ได้รับประทานพร หรือบางตำนานก็กล่าวว่าได้รับประทานลมหายใจจากพระพุทธเจ้า จึงมีประเพณีล้างพระพักตร์ถวายโดยทุกเช้าในเวลาประมาณ 04.00 น. พระมหาเถระและสาธุชนทั่วไปที่ศรัทธาจะมาทำพิธีล้างพระพักตร์ด้วยน้ำอบน้ำหอมผสมทานาคาอย่างดี พร้อมกับใช้แปรงทองแปรงที่พระโอษฐ์เสมือนหนึ่งแปรงพระทนต์ถวายพระพุทธเจ้า ก่อนใช้ผ้าจากศรัทธาสาธุชนที่ถวายมาเช็ดจนแห้งสนิท แล้วนำกลับคืนแก่สาธุชนผู้นั้นไปบูชาต่อ พร้อมใช้พัดทองโบกถวายเป็นอันดี เสมือนหนึ่งได้อุปัฏฐากองค์สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้าที่ยังทรงพระชนมชีพอยู่

อนึ่ง องค์พระมหามัยมุนีมีการปิดทองซ้ำแล้วซ้ำอีกจนเป็นรอยย่นตะปุ่มตะป่ำไปทัวทั้งองค์ ซึ่งหากเอานิ้วกดลงไปจะรู้สึกได้ถึงความอ่อนนิ่มของทองคำเปลวที่ปิดทับซ้อนกันนับเป็นพัน ๆ หมื่น ๆ ชั้น ตลอดระยะเวลาเนิ่นนานหลายศตวรรษ ทำให้พระมหามัยมุนีมีอีกพระนามหนึ่งว่า “พระเนื้อนิ่ม” แต่น่าแปลกที่ว่าแม้จะมีการปิดทองซ้ำแล้วซ้ำอีกจนองค์พระใหญ่ขึ้นเพียงใดก็ตาม แต่พระพักตร์ขององค์พระมหามัยมุนีก็ยังแลดูใหญ่ตามองค์พระอย่างน่าอัศจรรย์ ทั้งที่ไม่ได้มีการปิดทองที่องค์พระพักตร์เลยแม้แต่น้อย

สำหรับในประเทศไทย ที่วัดหัวเวียง อำเภอเมืองแม่ฮ่องสอน ได้มีองค์พระจำลองของพระมหามัยมุนีนี้เป็นพระประธานของวัด และอีกองค์หนึ่งคือพระมหามัยมุนีสายสัมพันธ์ 2 แผ่นดิน ที่ ประดิษฐานพลับพลาชั่วคราว ณ วัดพระธาตุดอยแต ตำบลเหมืองจี้ อำเภอเมืองลำพูน ซึ่งมีขนาดเท่าองค์จริง และได้ทำพิธีในวัดพระมหามัยมุนีองค์จริงโดยพระสังฆนายกแห่งประเทศพม่า และได้มอบให้พระสงฆ์เมืองมัณฑะเลย์ จำนวน 108 รูป ทำพิธีตลอด 3 วัน (14-16 มีนาคม 2557) และได้อัญเชิญมาประเทศไทยเพื่อเชื่อมสัมพันธไมตรีระหว่าง 2 ประเทศ และทุกเช้าวันพระจะมีพิธีสรงพระพักตรโดยพระสงฆ์ผู้ได้รับมอบหมายจากประเทศพม่า

ขอบคุณข้อมูลจาก จากวิกิพีเดีย สารานุกรมเสรี

พระมหามัยมุนี

พระมหามัยมุนี

พระมหามัยมุนี

 

จะเห็นได้ว่าการไหว้พระพม่าแต่ละแห่งนั้น มีความน่าอัศจรรย์ทั้งนั้นเลย แต่สำหรับใครที่ไม่เคยไปไว้พระที่วัดพม่ามาก่อน ขอแนะนำข้อมูลเล็กน้อย โดยเฉพาะสำหรับผู้หญิงควรแต่งตัวให้สุภาพ หรือจะใส่ผ้าถุงตามธรรมเนียมของพม่าก็ดูน่ารักไปอีกแบบนะคะ และที่สำคัญคือต้องถอดรองเท้าทุกครั้ง ควรแสดงกิริยาสำรวมเพื่อเป็นการแสดงความเคารพต่อสถานที่ เพียงเท่านี้เราก็จะเป็นนักท่องเที่ยวที่น่ารักแล้วล่ะค่ะ

travel myanmar